Hands On Education Consultants

รีวิว Master of Design, (Design Innovation) (Strategic Design) ที่ The University of Sydney โดยพี่ปังปอนด์

แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยค่ะ

Pangpond: ผมชื่อปังปอนด์ครับ เรียน Master of Design เอก Design Innovation และ Strategic Design ที่ The University of Sydney เป็นมหาวิทยาลัยใน Group of Eight ครับ

ทำไมถึงเลือกเรียนต่อด้าน Master of Design, (Design Innovation) (Strategic Design)

Pangpond: ผมจบปริญญาตรีสาขา Communication Design มาครับ หลังเรียนจบมาได้ประมาณ 1 ปี ผมก็หางานที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบและเว็บไซต์มันทำให้ผมสนใจเกี่ยวกับ User Interface แล้วก็ User Experience มากขึ้น ระหว่างนั้นก็มีช่วงที่ผมไปเที่ยวที่ออสเตรเลียกับครอบครัวครับ แล้วผมชอบบรรยากาศกับความเป็นอยู่ของที่นั่น ผมก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรด้านการออกแบบ จนมาเจอหลักสูตรปริญญาโทที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ UX/UI แล้วก็ตรงกับสิ่งที่ผมอยากจะพัฒนาต่อ ทำให้ผมเลือกมาเรียนที่นี่ครับ

 

พี่ Hands On ช่วยเหลือเรายังไงบ้างในการเตรียมตัว

Pangpond: ในช่วงเตรียมตัว 3 เดือน Hands On ช่วยเหลือผมอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เตรียมตัวเนิ่น ๆ คอยชี้แจงว่าจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง คอยตรวจเนื้อหา Personal Statement ให้เพื่อให้ได้มาตรฐาน คอยอัปเดต ข่าวสารของมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ตกหล่น ร่วมถึงเอกสารสำหรับ Visa, และการตรวจสุขภาพทั้งหมด ครบทั้งแนะนำสถานที่และราคาเลยครับ

ระยะเวลาในการเตรียมตัวเรียนต่อ

Pangpond: เรื่องระยะเวลาในการเตรียมตัว ผมใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 3 เดือนครับ เนื่องจากเอกสารส่วนใหญ่ของผมมีพร้อมสำหรับใช้ยื่นสมัครอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้เสียเวลาตรงนี้มากครับ แต่ว่าจะใช้เวลาส่วนมากไปกับ Personal Statement และการรอ Student Visa ซะมากกว่าครับ

สนใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ The University of Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

รีวิว Master of Design, (Design Innovation) (Strategic Design) ที่ The University of Sydney

Pangpond: หลักสูตรที่ผมเรียนตอนนี้เป็น Master of Design, Strategic Design แล้วก็ Design Innovation ครับ วิชาที่ได้เรียนตอนนี้คร่าว ๆ ก็จะมีพวก Design Thinking ซึ่งเป็นการฝึกกระบวนการคิดแบบ Designer เน้นให้เราออกแบบสิ่งที่มีความหมายและตอบโจทย์จริง ๆ ไม่ใช่เน้นแค่ Aesthetic ความสวยงามอย่างเดียว แล้วก็มี Digital Transformation and Innovation ครับ เหมือนเป็นการออกแบบ Design Solution มากกว่า โดยการนำ Technology กับ Innovation เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนหรือสร้างแนวทางใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ อีกหนึ่งวิชาก็คือ Design Practice and Management ครับ จะเป็นการต่อยอดจาก Design Thinking ก็คือนำเอากระบวนการคิดวิเคราะห์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้อย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมของการบริหารจัดการ การวิเคราะห์ การวางแผนการทำงาน ประมาณนี้ครับ

วิชาที่ประทับใจมากที่สุด

Pangpond: วิชาที่ตรงกับที่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดน่าจะเป็น Interface Design ครับ เพราะว่ามันโฟกัสในเรื่องการออกแบบหน้าตาและประการณ์การใช้งานของระบบในด้าน UX/UI จริง ๆ ต่อผู้ใช้ครับ โดยรวมแล้วก็ค่อนข้างผิดจากที่ผมคาดหวังไว้ตอนแรกมาก เพราะว่าก่อนมาเรียนเนี่ย ผมคิดว่าจะได้โฟกัสไปที่การออกแบบ UX แบบจริงจังเป็นหลัก แต่ว่าพอได้มาเรียนจริง ก็เลยรู้สึกว่ามันได้มากกว่าที่คิด เพราะว่าวิชาอื่น ๆ ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากเรียนโดยตรงในตอนแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันช่วยพัฒนาให้ผมเป็น Designer ที่ดีขึ้นในเรื่องกระบวนการคิด การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การมองภาพรวม ซึ่งทั้งหมดนี้ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ในสายงานนี้ครับ

รีวิวบรรยากาศในห้องเรียน

Pangpond: บรรยากาศตอนเรียนก็ค่อนข้างชิลเลยครับ อาจารย์คุยง่ายแล้วก็พร้อมช่วยเหลือ นักเรียนกับอาจารย์สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ค่อนข้างเปิดกว้างเลยครับ ส่วนเพื่อน ๆ ก็เป็นกันเองดี แต่ว่าส่วนตัวก็แอบอยากเจอเพื่อนต่างชาติที่หลากหลายมากกว่านี้ เพราะว่าเพื่อนจาก Southeast Asia หรือจากจีนค่อนข้างจะเยอะเลยครับ (ยิ้ม)

แชร์ข้อดีข้อเสียในคอร์สเรียนของเราให้ฟังหน่อย

Pangpond: ผมมองว่าข้อดีของสายงาน Design คือเรื่องโอกาสที่เราจะได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ทั้งส่วนของงาน volunteer และ event เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ Designer ได้เข้าไปช่วยงานแล้วก็เก็บประสบการณ์จริง ๆ ซึ่งผมคิดว่ามันเหมาะสำหรับคนที่อยากสร้าง Portfolio หรือว่าเพิ่มประสบการณ์นอกห้องเรียนครับ ส่วนข้อเสียก็… (หัวเราะ) Project โถมไปนิดนึงครับ โดยเฉพาะช่วงที่หลายวิชามี Deadline ใกล้ ๆ กัน

สนใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ The University of Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

รีวิว The University of Sydney

Pangpond: สิ่งแรกที่ผมชอบเกี่ยวกับ The University of Sydney คือความอิสระครับ ตั้งแต่ช่วงที่กำลังเลือกมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนแค่ในเรื่องการเรียนเท่านั้น แต่ว่าเค้าเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ แล้วก็ค้นหาตัวเองไปในตัวด้วย มี Club & Society มากกว่า 200 ชมรม รวมถึง Event และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดอยู่ตลอด ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยของที่นี่มันไม่ได้มีแค่การเข้าเรียนอย่างเดียวครับ

Facility ในมหาวิทยาลัยมีอะไรให้เราใช้งานบ้าง

Pangpond: Facility ก็มีค่อนข้างครบครับ ทั้งพื้นที่ของกีฬา, ห้องสมุด, ห้องทำงาน, แล็บ, 3D Printing, Lounge และสวนสำหรับการพักผ่อน รวมถึงมี Career Center ที่นักศึกษาสามารถไปปรึกษาเรื่องแผนการทำงานของสายอาชีพตัวเองในอนาคตได้ครับ ส่วนเรื่องกินก็มีทั้ง Food Court และ Food Truck ใครอยากออกกำลังกายก็มี Gym ให้ แล้วก็ถ้าอยากนั่งพักกับเพื่อนก็มี Bar ในมหาวิทยาลัยด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีบริการให้คำปรึกษา พวก Consultant ให้กับนักเรียนด้วย ถ้าใครเครียดหรืออยากระบาย อยากพูดคุยอะไร ที่นี่เค้าก็มีให้บริการช่วยเหลือ ตอบโจทย์เหมือนกันครับ เรื่องการเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกเพราะว่ามหาวิทยาลัยอยู่ใกล้กับ Bus แล้วก็ Train ทำให้เดินทางไปส่วนอื่นในเมือง Sydney ได้ง่ายครับ

แชร์ความประทับใจเพิ่มเติมของเราเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยหน่อย

Pangpond: จะเป็นตัวแอปพลิเคชันของมหาวิทยาลัยโดยตรง ชื่อ “USyd” ที่เอาไว้ Support เด็กครับ อย่างเช่น มันจะมี Event ต่าง ๆ ที่นักศึกษาสามารถค้นหาได้ อย่างพวก Food Truck เราก็จะเข้าไปเอาของกินได้ฟรี แล้วมันจะมี Community ที่เค้าจัดกิจกรรมพวกนี้อยู่ครับ มีระบบ Membership ด้วย คือถ้าคุณเป็น Member ของตัวแอปพลิเคชันนี้ เวลาคุณไปซื้อกับข้าวหรือไปซื้ออะไร คุณก็จะได้ส่วนลดนักศึกษาตรงนี้ด้วยครับ นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของ Club ถ้านักศึกษาอยากจะลองอะไร อยากลองเข้า Club ตัวไหนก็สามารถลองได้เต็มที่เลยครับผ่านการลงชื่อในแอปพลิเคชัน สามารถเข้าไปเลือกได้เลย

สนใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ The University of Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก

 

รีวิวเมือง Sydney

Pangpond: สำหรับผม ชีวิตใน Sydney ค่อนข้างที่จะสะดวกครับ เพราะว่าระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Bus, Train, Ferry หรือว่า Light Rail แค่มี Credit Card หรือว่า Opal Card ของเค้าก็เดินทางได้แทบทุกที่แล้วครับ ครอบคลุมเลย ส่วนเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินข้ามถนน หรือว่ากฎหมายต่าง ๆ ก็ค่อนข้างที่จะเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัยหายห่วงครับ เรื่องอาหารกับผู้คนก็หลากหลาย ไม่ค่อยมีเรื่องของการ Bully หรือ Discrimination เลยนะครับจากที่ผมอยู่มา

ค่าครองชีพในซิดนีย์เป็นยังไง

Pangpond: เรื่องค่าครองชีพต้องยอมรับว่าค่อนข้างสูงครับ แต่ในขณะเดียวกัน รายได้จากการทำงานก็สูงตามไปด้วยเช่นกันครับ เรื่องอาหาร ถ้าทำกับข้าวเองได้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปเยอะพอสมควรครับ ซึ่งผมเองก็ใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกัน เพราะว่าการออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อย ๆ ค่าใช้จ่ายรวมแล้วมันค่อนข้างที่จะสูงครับ ส่วนเรื่องที่พัก อันนี้ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับความสะดวกแล้วก็ Lifestyle ของแต่ละคนครับ ถ้าอยู่แบบ Flat หรือว่าแชร์กับคนอื่น ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงเยอะ แต่ถ้าเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ค่าเช่าก็จะสูงขึ้นเช่นกันครับ อย่างของผมที่เลือกที่อยู่เป็น Studio แล้วก็มี Kitchenette เป็นครัวของตัวเอง ก็จะสามารถทำอาหารเองได้ แต่ว่าค่าเช่าก็จะอยู่ที่ประมาณ 600 เหรียญต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าสูงพอสมควรครับ แต่แลกกับความเป็นส่วนตัวและความสะดวก ถ้าเน้นประหยัด ผมคิดว่าการอยู่แบบ Flat หรือ Share Accommodation ก็จะคุ้มกว่า แล้วก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตใน Sydney ลงได้เยอะครับ

สนใจเรียนต่อ The University of Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ฟรีทุกขั้นตอน เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง