แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยค่ะ
Ae: เอ๋นะคะ ตอนนี้เรียนเรียนปริญญาเอกด้าน Population Health ในคณะ Public Health and Community Medicine ที่ UNSW Sydney ค่ะ
เส้นทางการเป็นนักเรียนปริญญาเอกของเราเป็นยังไง
Ae: ทรหดมากเลยค่ะ เริ่มจากไม่อยากทำงานค่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นจบปริญญาโทสาขาประสาทวิทยาที่ National Taiwan University ค่ะ จบปริญญาโทปุ๊บก็สมัครเรียนปริญญาเอกไปเลย ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้บริการของ Hands On คือสมัครหลายมหาวิทยาลัยมากแต่ว่ายังไม่ได้ ก็เลยทำงานก่อน 2 ปีแล้วก็สมัครใหม่ค่ะ พอมารอบนี้ก็สมัครแค่ที่เดียว ก็คือติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาของที่ UNSW ไปเลย ได้เลยค่ะ มีพี่ Hands On ช่วยดูแลด้วย
ก่อนมาเรียนปริญญาเอกเราทำงานอะไรมา
Ae: ตอนนั้นทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ จะทำเกี่ยวกับด้านระบบประสาทของผู้สูงอายุ ก็เป็นผู้ช่วยวิจัยคือเป็นผู้ช่วยของคุณหมอ ก็จะเห็นพี่ ๆ ปริญญาเอกที่เขามาเรียนเลยคิดว่าอยากทำโปรเจกต์ของตัวเองก็เลยสมัครเรียนต่อเอกค่ะ
พี่ Hands On ช่วยเหลืออะไรบ้างตอนสมัครเรียน
Ae: บริการ Hands On ดีมากเลยค่ะ สำหรับตัวเองที่ไปสมัครเรียนปริญญาเอก เพราะว่าตอนนั้นคือทำงานไปด้วยและตีพิมพ์งานวิจัยไปด้วย แล้วก็สมัครเรียนปริญญาเอกอีกโปรเจกต์หนึ่งไปด้วย รู้สึกว่าเราไม่ต้องใช้เวลาในการส่งเอกสารหรือติดต่อมหาวิทยาลัยเยอะแล้วพี่ ๆ Hands On ก็ตอบเร็ว พร้อม Reply ติดตามทุกอย่างตั้งแต่วันแรกจนถึงก่อนบิน แล้วก็เรื่องการหาบ้าน เป็นเรื่องที่ทุกคนกังวลรวมถึงตัวเองด้วย เพราะว่าบ้านที่ Sydney ค่อนข้างหายาก เขาก็แนะนำเว็บไซต์ว่าต้องใช้บริการเว็บไซต์นี้นะ หรือเจ้านี้ ๆ ค่ะ ส่วนตัวเองก็เลือกแบบ Flatmates ค่ะ หาบ้านคนออสเตรเลียโดยใช้ Flatmates.com ติดต่อเจ้าของบ้านตั้งแต่ก่อนบิน
ได้เข้าร่วมงาน Pre-departure ของพี่ Hands On มั้ย
Ae: ใช่ค่ะ จนจะบินก็ยังมีคลาสที่ปฐมนิเทศก่อนเดินทางให้เรารู้ว่า ไปถึงแล้วจะต้องไปเปิดบัญชีที่นั่นที่นี่นะ ต้องไปสมัครบัตรนู้นบัตรนี้นะ อีกทั้งยังแนะนำว่าต้องอยู่แถวนี้นะ ถ้าเรียนอยู่ UNSW ควรจะอยู่ใน Area นี้ เพื่อจะได้ใกล้มหาวิทยาลัย เขาก็แนะนำให้หมดเลยนะ ซึ่งตอนนั้นก็ไปทุกงานที่ Hands On ให้ไป แล้วก็จด Lecture เลยว่า ฉันจะต้องมี SIM Card เปิดบัญชี ทำให้เราได้วางแผนก่อน ไม่ต้องไปแล้วงง เพราะเมื่อเราเปิดบัญชีตั้งแต่อยู่ไทยเลย ไปถึงปุ๊บเงินเข้าปั๊บเลย มัน Smooth Transition มากค่ะ แล้วเขาแจก Adapter ด้วยนะ ซึ่งยังใช้อยู่ ณ ตอนนี้ ขอบคุณค่ะ (ไหว้) ยังใช้อยู่ แล้วก็มีขวดน้ำที่พับได้ อันนั้นหนูก็ใช้ เพราะว่าหนูชอบ Hiking ใช้ทุกอย่าง หนูคุ้ม แล้วก็มีสมุด ปากกา ใช้ทั้งหมดจริง ๆ คุ้มที่สุดในโลกค่ะ (หัวเราะ)
สนใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ UNSW Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
การเตรียมตัวสมัครเรียนปริญญาเอกที่ UNSW Sydney
Ae: โห! Smooth มากเลย รู้สึกว่าเป็นโชคดีค่ะ ตอนแรกที่สมัครไปคุยกับอาจารย์ที่ UNSW Sydney จำได้ว่าประมาณเดือน September 2023 หัวข้อคือคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วเขาก็บอกว่าจะต้องมีงานวิจัย ให้ตีพิมพ์งานวิจัยก่อนถึงจะมีโอกาสได้ทุน ตอนนั้นก็คือไม่มีงานวิจัย แล้วเราจะไปเอาข้อมูลจากไหนก็ไม่ได้อีก เพราะว่าเราก็ไม่ได้เก็บวิจัยของเราเองด้วยค่ะ ก็เลยตีพิมพ์เป็น Meta-analysis ซึ่งก็คือเป็นการนำงานวิจัยที่เขาตีพิมพ์อยู่แล้วมาวิเคราะห์อีกทีหนึ่ง และตีพิมพ์เองเลย คือเราต้องเป็นชื่อแรกเท่านั้น จากนั้นก็ไปขอให้คุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ช่วยดูให้ค่ะ แล้วก็เป็นชื่อร่วมในงานวิจัยนั้น ส่วนอาจารย์ที่ปรึกษาเขาเอ็นดูเราค่ะ (ยิ้ม) เขาก็รีวิวงานวิจัยให้ก่อนส่ง แก้ให้มาหลายรอบ ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เป็นนักเรียนปริญญาเอกของ UNSW ค่ะ ซึ่งพอเราตีพิมพ์งานวิจัยนี้เสร็จปุ๊บส่งสมัครทันทุนของมหาวิทยาลัย ก็ได้ทุนเต็มของมหาวิทยาลัย UNSW มา 40,000 AUD ต่อปี 3 ปีครึ่งก็คูณไปเลยค่ะ
หัวข้อวิจัยในตอนแรกกับตอนนี้ ยังเป็นหัวข้อเดียวกันมั้ย
Ae: ใช่ค่ะ ยังเป็นหัวข้อใกล้เคียงกันอยู่ โดยเลือกเป็นในกลุ่มคนละ Population แต่ว่ายังอยู่ใน Functional Neurological Disorder (FND) หรือ Conversion Disorder อยู่ เป็นหัวข้อเกี่ยวกับผู้ป่วยด้านระบบประสาทค่ะ เราต้องเริ่มโปรเจกต์ตั้งแต่แรกเลย เพราะว่าตอนมาที่นี่คือตัวเองได้ทุนแต่ว่าโปรเจกต์ยังไม่มีเงินก็เลยต้องขอทุนเพื่อให้นำไปใช้ในการทำโปรเจกต์ที่นี่ค่ะ แล้วก็ได้ทุนจาก Stroke Foundation ของที่ออสเตรเลียมา 70,000 AUD ค่ะ หัวข้องานวิจัยจะเป็นเรื่องการวิจัยการรักษาโดยการนำเกมไปเล่นในผู้ป่วยที่เป็น Stroke หรือว่าโรคหลอดเลือดสมองตีบแตกตัน ชื่อว่า SmartStepStroke เกมฝึกการรับรู้และการเคลื่อนไหวเพื่อเสริมสร้างความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองค่ะ
สนใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ UNSW Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
รีวิว PhD School of Population Health – Public Health and Community Medicine ที่ UNSW
Ae: จริง ๆ ทำงานกับอาจารย์ก็จะมีการ Meeting นะคะ เป็น Progress Meeting กันอย่างน้อยทุกสัปดาห์ แล้วก็จะมี Meeting เกี่ยวกับโปรเจกต์ของตัวเองแยกต่างหาก ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับการเรียนของตัวเอง ซึ่ง Meeting เกี่ยวกับโปรเจกต์ของตัวเองก็จะมีคนเยอะขึ้น เพราะว่าก็จะไม่ได้มีเราเพียงฝ่ายเดียว อาจต้องมี Research Assistant หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นด้านนี้มาดูด้วย
มหาวิทยาลัย UNSW ก็สนับสนุนทุกอย่างอยู่นะ ทั้งเรื่อง Stat เอย หรือเรื่องโปรแกรมที่เรายังไม่คล่องเอย เขาจะมีคอร์สให้เราลงเรียนได้เลยค่ะ ซึ่งทุนเต็มที่ได้ตรงนี้ลงเรียนเพิ่มได้ทุกวิชาเลยที่เกี่ยวข้องกับเรา
เราลงวิชาอะไรไปบ้างที่เรารู้สึกว่าจำเป็นสำหรับการเรียนปริญญาเอก
Ae: ก็จะเป็น Programming แล้วก็จะลงเป็น Data Visualization ก็จะสอนเกี่ยวกับ เวลาเรามี Data ขึ้นมา เราจะไปสื่อสารกับบุคคลภายนอกยังไงให้เขาเข้าใจ แล้วก็จะมีวิชา Statistics ที่ต้องใช้ในงานวิจัยค่ะ แต่ว่าจริง ๆ ถ้านอกเหนือจากคอร์สที่มหาวิทยาลัยจัดให้ ที่สถาบันวิจัยเองตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่ Neuroscience Research Australia (NeuRA) ซึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญที่เขาคอยมาดูและตรวจให้เหมือนกันค่ะ
เพื่อนนักเรียนปริญญาเอกเป็นคนชาติไหนบ้าง
Ae: ก็จะเป็นออสเตรเลียค่ะ แล้วก็จะมีบราซิล อินเดีย จีน หมดแล้วค่ะ แต่จะมีเยอรมันเป็นเด็กแลกเปลี่ยนมา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี มาจากมหาวิทยาลัยอื่นที่เรียนปริญญาเอกอยู่ที่อื่น เขาก็จะมาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยของเรา แบบว่าเราทำอะไร อะไรประมาณนี้ค่ะ ได้เจอทุกวันค่ะ เพื่อนปริญญาเอกของเราสนิทมากค่ะ (ยิ้ม)
ได้นั่งเรียนกับเพื่อนปริญญาเอกด้วยมั้ย
Ae: ที่เจอกันทุกวันนี่ คือจะมีห้องให้แยกนั่งด้วยกัน แบบด้านนี้ Research Assistant ก็คือนั่งนี่ Lab นี้ก็คือนั่งนี่ แยกไปเลยเป็นห้องส่วนตัวค่ะ ซึ่งถามว่าส่วนตัวมั้ย มันไม่ได้ส่วนตัวขนาดนั้น แต่มี 6 คนก็ถือว่าส่วนตัวอยู่นะคะ เพราะว่าบางที่จะเป็น Open Lab Space ที่นั่งกัน 30-40 คน อะไรแบบนี้ ที่ UNSW นี่ก็ถือว่าให้ความเป็นส่วนตัวค่ะ
สนใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ UNSW Sydney ปรึกษาพี่ ๆ Hands On ฟรีทุกขั้นตอน คลิก
รีวิวอาจารย์ที่ปรึกษา จากมุมมองนักเรียนปริญญาเอก
Ae: มีที่ปรึกษา 2 คนค่ะ เป็นผู้ชายคนหนึ่งและผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นคนออสเตรเลียทั้งคู่ แต่ว่าคนหนึ่งตอนแรกเขาเป็นคนฝรั่งเศส เป็นนักเรียนปริญญาเอกของอาจารย์ที่ปรึกษาที่เป็นคนออสเตรเลีย แล้วเขาก็ย้ายมาตอนนี้เป็นคนออสเตรเลียแล้ว หนูก็คือเป็นหลานค่ะ (หัวเราะ) อาจารย์ที่ปรึกษาดีซัพพอร์ตทุกอย่าง ตั้งแต่ก่อนบินจากไทย มาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้จักจนถึงตอนนี้ก็คือสนับสนุนเราทุกอย่างค่ะ แล้วเขาก็เปิดกว้างเนอะ ไม่ทำให้เรากลัว เขาเหมือนเป็นคุณแม่ด้วย เขาคุยได้ทุกเรื่อง ถามได้หมดเลย เขาจะไม่ตัดสินว่าทำไมเธอไม่รู้เรื่องนี้ เพราะว่าทุกคนมีพื้นฐานและประสบการณ์ที่ต่างกัน เขาอาจจะถนัดด้านนี้แต่ไม่ถนัดด้านนี้ คนเราไม่ต้องถนัดทุกอย่างก็ได้ อย่าง ณ ตอนนี้ ถึงจะเรียนปริญญาเอกก็ตาม แต่ก็จะต้องมีบางเรื่องที่จะต้องขอคำปรึกษาจากคนอื่นอยู่ดีค่ะ
เราได้ทำงานกับอาจารย์ที่ปรึกษา หรือมีช่วยสอนมั้ย
Ae: จริง ๆ ในส่วนนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาของตัวเองเขาเป็นศาสตราจารย์ แล้วเขาก็ไปอยู่กับงานวิจัยอย่างเดียวก็เลยไม่ได้มีวิชาอะไรที่เป็นผู้ช่วยสอนกับอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ แต่เราก็ไปติดต่ออาจารย์คนอื่นเองว่ามีคอร์สไหนในมหาวิทยาลัยให้เรา Reach Out ซึ่งวิชาที่ได้สอนก็จะเป็น Musculoskeletal เป็น Open Lab การสอนตรวจร่างกายแล้วก็รักษาในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านโครงกระดูก กล้ามเนื้อ หัวใจ และปอดค่ะ
วิชาที่เราสอน ต้องมีใบ License ด้วยมั้ย
Ae: ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็เป็น Register License เป็น Physiotherapist ของที่นี่ค่ะ แต่ว่าการช่วยสอน เราไม่ต้องไปพูดหน้าห้องเรียน คือเราเป็นอาจารย์ภาคปฏิบัติของ Open Lab ค่ะ เหมือนเราจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่านักเรียนปฏิบัติได้ถูกต้อง ไม่ได้มีการบาดเจ็บเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัตินะ อย่างเวลาเราให้นักเรียนมาปฏิบัติก็จะมีคนหนึ่งเป็นคนไข้และอีกคนเป็น Physiotherapist จะสลับกันใช่มั้ยคะ บางทีมันก็จะมีท่าที่แบบว่าน่ากลัวหน่อย เราก็จะต้องตรวจตรงนั้นค่ะ
รีวิว UNSW Sydney
Ae: ดีค่ะ ขอพูดนิดหนึ่งถึง UNSW นะคะ พอ Landing ปุ๊บ รถมหาวิทยาลัยก็มารับเลย ไม่ต้องขน ไม่ต้องงง เขามาเลยแล้วก็ไปส่งถึงบ้านเลยค่ะ จริง ๆ งงเลย (หัวเราะ) คือมารับตั้งแต่หน้า International Arrivals แล้วก็ถึงบ้านเลยค่ะ
ส่วนปีแรกที่มาก็จะมีเป็นคอร์สของมหาวิทยาลัยที่เตรียมให้สำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มเรียนปริญญาเอกนะคะ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ถ้าเกิดว่ามีปัญหาเรื่องนี้ เช่น Harassment หรือ Mental Health อะไรแบบนี้จะต้องติดต่อตรงไหน ส่วนใหญ่เขาจะไม่ได้มากังวลเกี่ยวกับเรื่องทักษะของเรา แต่เขาจะให้ความสำคัญกับ Well-being ภาพรวมมากกว่า เพราะว่าการเรียนปริญญาเอก มันคือ Long Run ไม่ใช่ Short Courses อะไรอย่างนี้ค่ะ
มหาวิทยาลัยมี Facility อะไรให้ใช้บ้าง
Ae: ในส่วนของการเรียน มีอุปกรณ์ใหม่ ทันสมัย และมีระบบจัดการที่ค่อนข้างเป็นระบบระเบียบ เพราะว่าแชร์กันใช้หลายคน หลายห้อง และหลายคณะค่ะ ส่วน Facility ข้างนอก มีสถานที่ร่มรื่นให้นั่งภายในบริเวณมหาวิทยาลัย แล้วก็จะมีรถมาตรวจตราภายในมหาวิทยาลัย เช่น ถ้าสมมติเดินไปตกบันไดตรงนี้เราก็โทรเรียกรถมารับเราได้เลยค่ะ ไม่ต้องเขย่งไปค่ะ แล้วก็จะมีสายด่วนของมหาวิทยาลัย เป็น Hot Line ว่าถ้ารู้สึกว่าถูกคุกคาม เพราะว่าที่ UNSW เป็นมหาวิทยาลัยเปิด อาจจะมีคนนอกเดินเข้ามาแล้วเรารู้สึกไม่ปลอดภัยก็โทรเรียกรถให้มารับได้เลยค่ะ
UNSW Sydney คว้าอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย และอันดับที่ 19 ของโลก (QS 2027)
และเป็นสมาชิกกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ Group of Eight – สนใจเรียนต่อที่ UNSW Sydney ปรึกษา Hands On ฟรี
เรียนปริญญาเอก เรามีเวลาทำงาน Part-time มั้ย
Ae: ตอนนี้ทำเป็นนักกายภาพบำบัดอยู่ 3 ที่ค่ะ (หัวเราะ) ที่แรกคือเปิดเอง เป็น Private Clinic ในเมือง อีก 2 ที่ก็จะเป็น Private Clinic ในเมืองเหมือนกันแต่เป็นของคนอื่น คือเราเป็น Contractor ของเขา แล้วก็มีอีกที่หนึ่งนอกเมืองค่ะ ก็คือทำอยู่ 3 ที่ และมีงานที่นี่เป็นงานช่วยสอนของมหาวิทยาลัยค่ะ แล้วก็มี Volunteer สอนภาษาไทยทุกวันอาทิตย์ด้วย เพราะว่าอยากมีเพื่อนคนไทยที่เป็นคนสอนบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยมีค่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นส่งใบสมัคร Resume ปกติเลยค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดว่าสาย Healthcare ที่ออสเตรเลียค่อนข้างจะต้องการคน พูดอย่างนี้เลยดีกว่า คือสมัคร 10 ได้ 10 ต้องมานั่งเลือกว่าไม่เอาตรงนั้นนะ จะเอาตรงนี้ เหมือนเราเป็นคนเลือกเลยค่ะ
รีวิวเมือง Sydney
Ae: Happy มาก ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ค่ะ จริง ๆ มันเหมือนฝันเลยค่ะ มันก็ต้องมีช่วงที่เราลำบากเนอะ แต่ว่ามันไม่ได้ขนาดนั้น มันก็มีช่วงขึ้น-ลงเป็นเรื่องปกติของชีวิต ก็เรียนรู้ค่ะ ตอนนี้เหมือนช่วงพีคจริง ๆ แต่เชื่อว่ามันต้องพีคกว่านี้นะ ชีวิตมันต้องทำไปเรื่อย ๆ เหมือนใครจะไปคิดว่าจะได้งานตั้งแต่ปีแรก แต่จริง ๆ คือสมัครไปเยอะนะ ถ้าไปเปิดดูในไฟล์น่ะ โอ้โห! เป็นร้อยที่จริง ๆ คือทั้งงาน Professional, Hospitality และ Charity ก็คือสมัครไปหมดค่ะ Volunteer ก็ทำ ทำทุกอย่างค่ะ (หัวเราะ)
นอกจากทำงานเราได้ทำกิจกรรมอื่นบ้างมั้ยคะ
Ae: กิจกรรมที่นอกเหนือจากการเรียนก็มีค่ะ มาราธอนก็ไป มีงานวิ่ง 2 งานก็ไป เดี๋ยว October นี้ก็คือ Triathlon มีว่ายน้ำ วิ่ง และปั่นจักรยานค่ะ ตอนนี้ก็คือทั้งออกกำลังกายไปด้วย ทำงานไปด้วย แล้วก็ทำวิจัยไปด้วย อย่างว่ายน้ำก็คือ ตื่นมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปว่ายน้ำ 7-8 โมงเช้า แล้วก็เริ่มงาน 9 โมงเช้าค่ะ วันพุธกับพฤหัสบดีก็คือทำงาน ต่อด้วยงาน Physiotherapist เวลา 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม หมุนติ้ว ๆ (หัวเราะ) แต่ Happy นะคะ อย่างเวลานั่งรถไฟมันก็จะมีเวลาเดินทางใช่มั้ยคะ ซึ่ง Gap ตรงนี้เราก็จะเอาไปคิดงาน วางแผนว่าพรุ่งนี้ทำอะไร ก็ถือว่าพักอยู่นะ อย่างว่ายน้ำก็เป็นการพักใช่มั้ยคะ หนูรู้สึกว่าโอเค
เราได้ไปเที่ยวเมืองไหนบ้างมั้ยคะ
Ae: มีค่ะ ไป Gold Coast ค่ะ แล้วก็มีไป Melbourne แต่ Melbourne ตอนนั้นเป็นหน้าหนาวก็เลยไม่ค่อยชอบค่ะ แต่ถ้าคนชอบช้อปปิ้งนี่คิดว่า Melbourne เหมาะ เพราะว่าสถานที่ช้อปปิ้งอยู่ใกล้ ๆ กัน แต่พอดีไม่ใช่เป้าหมายของหนูค่ะ หนูก็เลยคิดว่าอาจจะไม่เหมาะ ส่วน Gold Coast ติดทะเล จริง ๆ ชอบ Gold Coast มากกว่า ถ้าคิดว่าในอนาคตตัวเองจะต้องไปเป็น Physiotherapist หรือไปสอนในมหาวิทยาลัย ตรงนี้ก็อาจจะไม่ลงตัวสักเท่าไหร่ อยากได้เมืองที่ติดมหาวิทยาลัยด้วย อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยหลายที่ด้วย แล้วก็ติดทะเล คิดว่า Sydney เหมาะสุด เพราะปกติแล้วถ้าเป็นทุกวันศุกร์ตอนเย็น ตัวเองกับเพื่อนใน Lab จะต้องไปว่ายน้ำที่ Coogee Beach อยู่ Sydney แล้วเดินทางไปโดยปั่นจักรยาน 10 นาทีหรือเดินไป 20 นาที เลิกงาน 5 โมงเย็นไปถึงก็คือ 5 โมงครึ่ง แล้วว่ายน้ำจนถึง 2 ทุ่มได้เลยค่ะ กว่าพระอาทิตย์จะตก (หัวเราะ)
คำแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่จะมาเรียนต่อที่ออสเตรเลีย
อยากให้ทุก ๆ คนหรือว่าน้อง ๆ หรือว่าพี่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการหางานหรือการเรียนก็ตาม เราต้องเป็นคน Reach Out เราถึงจะมีสิทธิ์เลือก เราไม่ต้องรอให้เขาติดต่อเรามา เพราะเราเป็นใคร เขาไม่รู้จักเรา การ Reach Out คือสิ่งสำคัญ การที่ไปแนะนำตัวเองให้คนอื่นรู้จักว่าฉันเป็นใคร ฉันทำอะไร และฉันต้องการทำอะไรต่อไปเป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นการทำให้เราเป็นผู้เลือก แล้วเราไม่จำเป็นต้องรอให้เขาเลือกเราเสมอไป ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม)